แคซา คิงสลีย์ (Kaza Kingsley) เกิดที่คลีฟแลนด์ โอไฮโอ ว่ากันว่า ตอนที่เธอเกิด หมอทำคลอดที่อ่านหนังสือมาตลอดคืน เกิดหาวผิดจังหวะ  และทำหนูน้อยแคซาลื่นหลุดมือ แต่หนังสือเรียนของคุณหมอที่วางอยู่บนพื้นรับตัวหนูน้อยเอาไว้ได้  แม่หนูแคซาทำท่าจะร้องไห้อยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง แต่แล้วก็หยุด แล้วจ้องมองไปที่หน้าหนังสือและบรรดาคำที่รายล้อมอยู่รอบตัวอย่างรักใคร่
เราคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอมาลงเอยเช่นนี้
แคซาชอบเขียนมาตั้งแต่โตพอจะหยิบปากกาได้ หลังจากเล่นไล่จับและเกมที่เด็กทั่วไปเขาเล่นกันแล้ว เธอก็จะลากเพื่อนไปที่สนามหลังบ้านเพื่อเขียนหนังสือบนโต๊ะปิกนิก และเขียนอยู่อย่างนั้นตราบเท่าที่เพื่อนยังทนได้ หนังสือเล่มแรกของแคซาเป็นเรื่องของหมึกยักษ์น่ากลัวที่ไล่ฉีดน้ำหมึกใส่ผู้คนและบังคับให้พวกเขาแก้โจทย์เลข ตั้งแต่นั้นมาแคซาก็เขียนทุกอย่างที่เขียนได้ ไม่ว่าจะเป็นบทกวี เรื่องสั้น หรือเรื่องจริง
เอเร็ค เร็กซ์เป็นหนังสือชุดเรื่องแรกของแคซา
พูดคุยกับผู้แต่ง
แฟน ๆ ของเอเร็ค เร็กซ์ ส่งข้อความถึงแคซ่าได้ ที่นี่
หรือส่งจดหมายไปถึงแคซาได้ตามที่อยู่นี้
Kaza Kingsley
C/O Firelight Press
P.O. Box 15758
Cincinnati, OH 45215
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือและการพิมพ์ ติดต่อสำนักพิมพ์ตัวแทนแคซาในไทยได้ที่
สำนักพิมพ์อิ่มอ่าน im-arn@booktime.co.th
0-2415-2621 ต่อ 401 402 403 404

ฉันเกิดในคลีฟแลนด์ โอไฮโอ แต่ตอนเด็กๆ ฉันย้ายบ้านไปหลายที่ในประเทศ พ่อของฉันเป็นทันตแพทย์ ส่วนแม่เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์

ฉันรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก หนังสือที่ฉันชอบมากตอนนั้นก็มีหนังสือของโรอัลด์ ดาห์ล อย่าง ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต หนังสือชุดพ่อมดอ๊อซ และอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังชอบหนังสือเหล่านั้นอยู่ ฉันอ่านหนังสือเยอะมาก (จนต้องใส่แว่นเพราะอ่านหนังสือเยอะจัด แต่พอโตมาก็เปลี่ยนมาใส่คอนเท็กเลนส์แทน)

ในครอบครัวฉันมีคนที่ทำงานด้านศิลปะหลายคน พี่สาวกับพี่เขยฉันชอบเขียน แต่เธอยังไม่ได้เขียนเป็นเล่มออกมา ฉันมีลุงเป็นนักดนตรีอยู่ในลอสแองเจลิส ท่านแต่งและเล่นเพลงคันทรี พี่ชายของท่าน (ลุงอีกคนหนึ่งของฉัน) เป็นนักเปียโนและคีย์บอร์ดที่เก่งที่สุดตั้งแต่ฉันเคยได้ฟังมา ท่านเล่นคีย์บอร์ดให้แบร์รี แมนิโลว์ในช่วงยุค 70 และร่วมเล่นคีย์บอร์ดให้คณะแสดงตลกในแอลเอ ชื่อของท่านคืออลัน แอ๊กเซลรอด (สิบปีก่อน ท่านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนมาก อาการโคม่าอยู่หลายเดือน และต้องอยู่ในสถานพยาบาลมาตลอด จนกระทั่งเมื่อสองสามเดือนก่อน ท่านก็เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน น่าเศร้าจริงๆ ...)

ฉันชื่นชอบเรื่องราวในแนวตำนานโบราณมาแต่ไหนแต่ไร และนั่นก็เป็นแรงบันดาลใจของหนังสือชุดเอเร็ค เร็กซ์ ก่อนจะเริ่มวางแผนการเขียนหนังสือชุดนี้ ฉันใช้เวลาอ่านตำนานโบราณทั้งของกรีก โรมัน นอร์ซ (นอร์เวย์) และเซลติก รวมถึงตำนานจากวัฒนธรรมอื่นๆ ด้วย ในบรรดาเรื่องราวมหัศจรรย์ทั้งหลายที่ได้อ่านมา ฉันติดใจตำนานของเฮอร์คิวลิสมากที่สุด ซึ่งเรื่องราวนั้นก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้หนังสือชุดนี้ เฮอร์คิวลิสต้องทำภารกิจสิบสองอย่าง ส่วนเอเร็คก็พบว่าเขาต้องทำพันธกิจสิบสองอย่างเช่นกัน ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับงานของเฮอร์คิวลิสอยู่ประมาณหนึ่ง

แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เหมือนกับเรื่องของเฮอร์คิวลิสจนเกินไป อย่างเช่น งานแรกเฮอร์คิวลิสคือการฆ่าสิงโตแห่งนีเมียด้วยมือเปล่า แต่ฉันไม่อยากให้ตัวละครของฉันต้องไปฆ่าสิงโตทั้งที่มีแค่มือเปล่า! ฉะนั้นพันธกิจแรกของเอเร็ค (ในหนังสือเล่มสอง อสุรกายแห่งดินแดนนิรเทศ) จึงเกี่ยวกับการตามหาลูกมังกรที่หายไป เขาต้องหาทางทำให้ลูกมังกรเกิดใหม่มีชีวิตรอดให้ได้ (เพราะแม่ของพวกมันไม่อยู่) และสูตรอาหารสูตรเดียวที่จะช่วยได้ ก็คือสูตรที่ต้องใช้ดอกไม้วิเศษชื่อ “ดอกหนังสิงโต” จากเมืองนีเมีย ซึ่งนี่ก็เป็นการอ้างอิงถึงเรื่องราวของเฮอร์คิวลิส แน่นอนว่าการไปนำดอกไม้นี้มา สำหรับเอเร็คแล้ว เป็นเรื่องแทบจะเป็นไปไม่ได้ และมีอันตรายถึงชีวิต...

การเขียนเป็นการปลดปล่อยพลังในการสร้างสรรค์ของฉัน เวลาที่กำลังติดพันอยู่กับเรื่องที่เขียนมากๆ ฉันจะนั่งเขียนได้วันละ 8-10 ชั่วโมง ขณะที่เขียน ฉันจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งดูภาพยนตร์ที่ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวออกมาให้เห็น มันไม่ค่อยให้ความรู้สึกเหมือนงานเท่าไหร่ มันเกือบจะเหมือน ฉันกำลังอาศัยอยู่ในโลกสองโลก คือโลกแห่งความเป็นจริง และโลกในจินตนาการของฉัน บางครั้ง เวลาต้องออกไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ฉันจะรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องปล่อยตัวละครของฉันให้ค้างเติ่งอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทำให้ฉันแทบทนไม่ไหว อยากกลับบ้านไปเขียนต่อ สำหรับฉัน การเขียนเป็นกระบวนการที่ให้อารมณ์มากมายหลากหลาย และเต็มอิ่มมาก

ฉันเขียนหนังสือเล่มสามจบแล้ว และก็ตื่นเต้นกับมันมาก ฉันกำลังรอรับต้นฉบับคืนมาจากบรรณาธิการของฉัน เพื่อแก้ไขครั้งสุดท้าย ฉันอยากเห็นมันพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มจะแย่อยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้ยาวกว่าสองเล่มแรกนิดหน่อย และเรื่องราวก็ตื่นเต้นเร้าใจมาก ฉันจะเริ่มเขียนเล่มสี่เร็วๆ นี้

ฉันตื่นเต้นกับสำนักพิมพ์ในเมืองไทยมาก และก็ดีใจมากที่ได้รู้จักและพูดคุยกับคนไทยที่น่ารักหลายๆ คน ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้รู้จักกับนักอ่านชาวไทย และหวังว่าคงมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนและพบพวกเขาด้วยตัวเองจริงๆ สักวันหนึ่ง ฉันมีเรื่องน่าสนใจจะบอก เรื่องราวในหนังสือเล่มสามส่วนหนึ่ง เกิดขึ้นในเทือกเขาใกล้ๆ เชียงใหม่ของไทยด้วย!